แม่และเด็ก

อาการของคนท้อง

อาการของคนท้อง

เป็นสัญญาณเริ่มแรกของการตั้งครรภ์ อาการของการตั้งครรภ์จะไม่เหมือนกันทุกคนนะคะ บางคนแพ้น้อย บางคนแพ้มาก และอาจถึงไม่แสดงอาการเลย แต่ก็จะมีอาการที่สามารถสังเกตได้ว่าเป็นอาการของคนท้องหรือเปล่า ดังนี้

อาการของคนท้อง

1. การขาดประจำเดือน
ถ้าคุณเป็นคนที่ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ อาการปกติที่บ่งบอกได้ว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ คือ ประจำเดือนไม่มาภายหลังปฏิสนธิได้ 2 สัปดาห์ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ อาจเป็นสาเหตุอื่นก็ได้ที่ทำให้ประจำเดือนคุณขาดหายไป เช่น มีความเครียดจากการทำงาน, มีความวิตกกังวลมาก หรือไม่สบาย และในบางรายที่ตั้งครรภ์แล้ว อาจมีเลือดออกเล็กน้อยทางช่องคลอดในช่วงเวลาที่ครบรอบเดือน

2. เจ็บ ตึง คัดเต้านม
ขนาดของเต้านมจะเริ่มขยายขึ้น หัวนมเจ็บ และไวต่อสิ่งสัมผัส มีเส้นเลือดดำสีเขียวๆปรากฏขึ้นที่บริเวณผิวหนังรอบเต้านม หัวนมมีสีคล้ำขึ้นและตั้งชู เวลากดจะมีอาการเจ็บ เนื่องจากมีการเติบโตของไขมันและต่อมน้ำนม

3. ปัสสาวะบ่อยขึ้น และสีเข้มขึ้น
เกิดขึ้นเนื่องจากมดลูกที่โตกดกระเพาะปัสสาวะ และฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ มีผลทำให้เลือดมาคั่งในเชิงกรานมาก เพื่อไปหล่อเลี้ยงตัวอ่อนมากขึ้น ระบบปัสสาวะที่ต่อเนื่องถึงกันจึงได้รับผลกระทบไปด้วย กระเพาะปัสสาวะจึงระคายเคืองและบีบตัวบ่อยขึ้น ทำให้ปวดปัสสาวะบ่อย รวมทั้งต้องลุกมาเข้าห้องน้ำใน ตอนกลางคืนบ่อยๆด้วย

4. ท้องผูกกว่าปกติมีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อตั้งครรภ์ เช่น การบีบตัวของลำไส้ลดลงมดลูกทับลำไส้ใหญ่ วิธีหลีกเลี่ยงอาการท้องผูกของคนท้องที่ดีที่สุด คือ พยายามรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง ดื่มน้ำให้เพียงพอ และออกกำลังกายให้พอเหมาะ

5. มีอาการตกขาวเล็กน้อย
มีเมือกขาวๆ ออกมาจากช่องคลอด โดยไม่มีอาการแสบ หรือคันบริเวณช่องคลอดแต่อย่างใด

6. รู้สึกเหนื่อยง่าย และง่วงนอนตลอดเวลา
เป็นอาการที่เกิดจากร่างกายหลั่งฮอร์โมนออกมา อาการเหล่านี้นอกจากจะเกิดขึ้นในช่วงเย็นๆ แล้วยังเกิดขึ้นกับผู้หญิงตั้งครรภ์ในระหว่างวันอีกด้วย อาการเช่นนี้ดีสำหรับคุณแม่ เพราะเท่ากับช่วยลดกิจกรรมต่างๆ ลงทั้งที่บ้านและที่ทำงาน จะได้พบปะเจอะเจอผู้คนน้อยลง หรือไม่ค่อยอยากเดินทางไปไหนมาไหน ช่วยให้คุณแม่ได้รับเชื้อโรคและสารพิษจาก สิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษน้อยลง และได้รับการพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายพร้อมต่อการตั้งครรภ์นั่นเอง

7. รู้สึกขมๆ เฝื่อนๆ มีรสชาติแปลกๆ ในปากเป็นอาการของโรคกรดไหลย้อน ผู้หญิงตั้งครรภ์มักเป็นโรคนี้ เนื่องจากฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นขนาดตั้งครรภ์ทำให้หูรูดหลอดอาหารอ่อนแอลง รวมทั้งมดลูกที่ขยายตัวเพิ่มแรงกดต่อกระเพาะอาหาร หากคุณมีอาการขณะตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์

8. รู้สึกเหม็น ทนไม่ได้กับบางสิ่งบางอย่าง
เช่น ควันบุหรี่, เหล้า, กาแฟ, อาหารที่มีไขมัน, กลิ่นเนื้อสด, ฯลฯ ผลของการตั้งครรภ์ทำให้จมูกคุณแม่ไว และตอบสนองต่อกลิ่นต่างๆ มากขึ้น บางคนได้กลิ่นอาหารที่เคยชอบก็อยากอาเจียน บางคนแพ้กลิ่นน้ำหอมที่ตัวเองเคยใช้เป็นประจำ บางคนไปจ่ายตลาดเดินผ่านร้านขายเนื้อวัวสด เนื้อหมูไม่ได้เลยแค่เห็นก็ทนไม่ไหวแล้วบางคนแค่เปิดตู้เย็นเจอกลิ่นอาหารในตู้เย็นก็รู้สึกแย่ บางรายก็แพ้กระทั่งกลิ่นของสามีตัวเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกายมีปฏิกิริยากับสิ่งที่สัมผัสได้ (กลิ่น รส เสียง สัมผัส) และเพราะระบบธรรมชาติได้พยายามปกป้องคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนมากที่สุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทารกในครรภ์กำลังพัฒนาและเจริญเติบโต

9. มีอาการแพ้ท้อง
เป็นอาการที่พบบ่อยมากจนเป็นสัญลักษณ์ของการตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่มีอาการคลื่นไส้ อยากอาเจียนหลังตื่นนอนในตอนเช้า บางรายอาจเป็นในช่วงเย็นๆ บางรายมีอาการต่อเนื่องกันตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะตอนที่ท้องว่าง บางทีหิวแต่กินไม่ได้มาก ทำให้เกิดอาการวิงเวียนจะเป็นลม เนื่องจากมีน้ำตาลในเลือดต่ำ

10. กินอาหารไม่อร่อย หรืออยากกินของแปลกๆ
อาจเป็นเพราะฮอร์โมนที่เพิ่มระดับขึ้นในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ ทำให้การรับรู้รสชาติของคุณแม่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้รู้สึกกินไม่อร่อย ทั้งที่เป็นของที่เคยชอบมาก่อน บางทีอยากกินของแปลกๆ ที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมจึงอยากกิน

11. มีอารมณ์อ่อนไหวหรือแปรปรวนง่าย
เป็นผลมาจากฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลง บางครั้งได้ยิน ได้ฟังเรื่องเศร้าๆ ก็ร้องไห้ น้ำตาซึม หรือปล่อยโฮ ดูหนังเศร้าก็ร้องไห้เสียใจ โดยที่เมื่อก่อนไม่ใช่คนแบบนี้ ผู้หญิงบางรายอาจไม่มีอาการดังกล่าวนี้เลย แต่ก็ “ทราบ” ว่าตนเองตั้งครรภ์ก็เป็นได้เช่นกัน

อาการของคนท้อง

วิธีตรวจการตั้งครรภ์

เมื่อคุณสงสัยว่ากำลังตั้งครรภ์หรือไม่ คุณสามารถตรวจด้วยตนเอง หรือไปรับการตรวจจากแพทย์ เพื่อยืนยันว่ากำลังตั้งครรภ์ให้ชัดเจน ซึ่งมีวิธีดังนี้
1. โดยการตรวจปัสสาวะ : คุณอาจตรวจด้วยตนเองก็ได้ โดยซื้อชุดทดสอบการตั้งครรภ์สำเร็จรูป ซึ่งมีขายตามร้านขายยาทั่วไป ชุดทดสอบนี้ประกอบด้วยสารละลายเคมี ซึ่งนำมาผสมกับน้ำปัสสาวะ 2-3 หยด แล้วเปรียบเทียบดูสีที่เปลี่ยนไป เป็นการตรวจสอบว่าตั้งครรภ์หรือไม่ หากทำตามขั้นตอนอย่างถูกวิธี จะให้ผลที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือ 90%

2. การตรวจภายใน : ถ้าประจำเดือนขาดเกิน 1-2 เดือนแล้ว แพทย์อาจใช้การตรวจภายในเพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ โดยช่องคลอดและปากมดลูกจะมีสีม่วงคล้ำ เพราะมีเลือดมาหล่อเลี้ยงจำนวนมาก และมดลูกโตจน คลำได้ชัดเจน การตรวจภายในยังช่วยสำรวจความผิดปกติว่ามีก้อนเนื้องอกที่มดลูกหรือรังไข่ได้อีกด้วย

Tags: , , ,