สุขภาพ

อาการวัณโรค

อาการวัณโรค

“วัณโรค” เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่าไมโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซิส (Mycobacterium tuberculosis) เมื่อพูดถึงวัณโรคคนทั่วไปมักจะนึกถึงวัณโรคปอดเพียงอย่างเดียว ความจริงแล้ววัณโรคอาจเป็นได้ในทุกๆ อวัยวะภายในร่างกาย เช่น ลำไส้ ตับ ม้าม ต่อมน้ำเหลือง ผิวหนัง และเยื่อหุ้มสมอง แต่ที่มักพบบ่อยจะเป็นวัณโรคที่ปอดมากกว่าอวัยวะอื่นๆ

เชื้อวัณโรคสามารถติดต่อจากคนสู่คน ผ่านทางละอองเสมหะที่เกิดจากการไอ จาม หรือการใช้เสียง เชื้อวัณโรคที่ตกลงสู่พื้นหรือติดอยู่กับผิวสัมผัสของวัตถุอื่นๆจะถูกทำลายไปโดยง่ายด้วยแสงสว่างและบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เราสามารถติดวัณโรคได้ด้วยการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เช่น อยู่อาศัยร่วมบ้านเดียวกัน การมีภูมิต้านทานร่างกายอ่อนแอ เช่น เบาหวาน ติดเชื้อเอชไอวี หรือได้รับยากดภูมิต้านทาน เช่น ยารักษาโรคมะเร็ง หรือยาลูกกลอนที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์จะทำให้มีโอกาสเป็นวัณโรคได้ง่าย

อาการวัณโรค

รูปภาพประกอบจาก : http://www.webparx.com/living/health/tuberculosis-home-remedies/


ลักษณะและอาการวัณโรค

ลักษณะอาการของผู้ป่วยวัณโรคนั้นคล้ายกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังทั่วไป สังเกตได้ยากในผู้ป่วยที่เป็นใหม่ เพราะโรคนี้เกิดขึ้นช้าๆแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้เราไม่ทันรู้สึกตัว

อาการวัณโรคเริ่มต้น

มีอาการไข้ต่ำ ไข้ขึ้นเป็นเวลา มีเหงื่อออกตอนกลางคืน ไอแห้งๆแล้วต่อมาไอแบบมีเสมหะ อาจมีเลือดปนเสมหะ ถ้ามีแผลในโพลงเนื้อปอดอาจจะไอเป็นเลือดได้ เมื่อมีอาการไอมากๆ อาการที่ตามมาคือเจ็บบริเวณชายโครงทั้ง 2 ข้าง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร

เมื่อเวลาผ่านไปแล้วยังไม่ได้รับการรักษาอาการทุกอย่างจะเป็นมากขึ้น น้ำหนักลดลงมาก วัณโรคเป็นโรคติดต่อเรื้อรัง ระยะเวลาที่เริ่มเป็นจนมีอาการหนักมักจะใช้เวลานานเป็นปี บางคนเที่ยวดึก สูบบุหรี่จัด เมื่อมีอาการไอก็จะเข้าใจว่าเป็นผลมาจากบุหรี่ เลยไม่ได้สนใจที่จะไปรับการตรวจ สำหรับคนที่ติดสุรามาก อาการมึนเมาจะบดบังอาการเริ่มแรกของวัณโรค ต่อเมื่อมีอาการของวัณโรคมากจึงไปพบแพทย์ ทำให้ยากต่อการรักษา เนื่องจากเนื้อปอดถูกทำลายไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ทำให้มีอาการหอบ เหนื่อย จนไม่สามารถเดินได้ ซึ่งนับว่าเป็นอาการที่เข้าขั้นรุนแรงแล้ว สำหรับผู้หญิงที่เป็นวัณโรคที่อาการเข้าขั้นรุนแรงมาก อาจจะมีประจำเดือนคาดเคลื่อนหรือขาดหายไปเลยค่ะ

การตรวจวินิจฉัยวัณโรค

สิ่งจำเป็นที่ช่วยวินิจฉัยโรคนี้ คือ ประวัติความเจ็บป่วย อาการ และการตรวจร่างกายสามารถช่วยในการวินิจฉัยได้ในระดับหนึ่ง การวินิจฉัยวัณโรคปอดที่แน่นอนจะต้องพบเชื้อวัณโรคจากเสมหะ โดยใช้วิธีการย้อมสีเสมหะ และตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือจากการนำเสมหะไปเพาะหาเชื้อวัณโรค

ถ้าตรวจเสมหะไม่พบเชื้อ แต่พบลักษณะแผลในเนื้อปอดจากภาพถ่ายรังสีทรวงอกร่วมกับอาการที่บ่งชี้ว่าอาจเป็นวัณโรคปอดได้ การวินิจฉัยและการรักษาที่ทำได้รวดเร็วจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้ป่วยนะคะ

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นวัณโรค

•    สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยวัณโรคโดยตรง เช่น อยู่อาศัยร่วมบ้านเดียวกัน
•    ภูมิต้านทานร่างกายอ่อนแอ เช่น เบาหวาน, ติดเชื้อ HIV, หรือ ได้รับยากดภูมิต้านทาน เช่น ยารักษาโรคมะเร็ง หรือ ยาลูกกลอนที่มีส่วนผสมของ steroids

การป้องกัน

•    รักษาสุขภาพให้แข็งแรงโดยการออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่
•    หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยวัณโรค

•    ถ้ามีผู้ป่วยวัณโรคอยู่ในบ้าน ควรเอาใจใส่ดูแลให้กินยาครบถ้วนสม่ำเสมอทุกวัน
•    ควรตรวจร่างกาย โดยการเอกซเรย์ปอดอย่างน้อยปีละครั้ง
•    หากมีอาการผิดปกติ สงสัยว่าจะเป็นวัณโรค ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจเสมหะ และเอกซเรย์ปอด

ปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยเป็นวัณโรคที่ขึ้นทะเบียนรักษาไว้ประมาณ 58,000 คน แต่คาดว่าน่าจะมีผู้ป่วยมากกว่า 90,000 คน และกว่าครึ่งเป็นวัณโรคชนิดแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ โดยติดต่อผ่านทางลมหายใจในอัตรา 1 ต่อ 10 คนเลยนะคะ ดังนั้นเราควรใส่ใจเรื่องสุขภาพและการสังเกตอาการที่ผิดปกติต่างๆของร่างกายของเราด้วย การรู้จักหลีกเลี่ยง และรู้จักการป้องกันจะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคเหล่านี้ได้ค่ะ

Tags: , , , , ,