แม่และเด็ก

อาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้อง

เป็นอาการที่เกิดกับคุณแม่ที่เริ่มตั้งครรภ์ บางรายมีอาการแพ้ท้องในช่วง 6 – 20 สัปดาห์เท่านั้น แต่บางรายก็เกิดอาการแพ้ท้องไปตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ อาการแพ้ท้องจะมีอาการเพียงแค่วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้เล็กน้อย ไม่ถึงกับอาเจียน แต่คุณแม่ที่แพ้มาก อาจวิงเวียนจนลุกไม่ไหว และอาเจียนจนรับประทานอาหารไม่ได้ก็มีค่ะ ซึ่งแต่ละคนอาการจะหนักเบาแตกต่างกันออกไป

อาการแพ้ท้อง

ระยะเวลาที่เกิดอาการแพ้ท้อง หลังจากตั้งครรภ์

ระยะเวลาที่เกิดอาการแพ้ท้องคุณแม่แต่ละท่านจะเกิดในเวลาไม่เท่ากัน อาจเป็นเพราะฮอร์โมนและการเจริญเติบโตของตัวอ่อน แต่จะเกิดอาการแพ้ท้องเริ่มแรกในช่วง 6 สัปดาห์แรกหลังจากปฏิสนธิ ซึ่งบางท่านอาจจะเกิดเร็วหรือช้ากว่านี้เล็กน้อย และโดยทั่วไปจะหยุดแพ้ท้องในช่วง 20 สัปดาห์ หรือ บางท่านอาจอาการแพ้ท้องไปตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ หรือ บางท่านอาจจะแพ้ๆ หยุดๆ แล้วกลับมาแพ้ท้องอีกก็มีเหมือนกันค่ะ

ระดับของอาการแพ้ท้อง แบ่งออกได้ 3 ระดับจากน้อยไปมาก ดังนี้

ระดับเล็กน้อย Morning Sickness : มีอาการคลื่นไส้ เวียนศีรษะเล็กน้อย มักมีอาการในช่วงเช้า รับประทานอาหารได้น้อยลง มีการอาเจียนบ้าง แต่สามารถบรรเทาได้เมื่อปฏิบัติตามคำแนะนำ ถ้าคุณแพ้ท้องแบบนี้ก็สบายใจได้ค่ะ ว่าการแพ้ท้องของคุณอยู่ในระดับ Morning Sickness หรือระดับทั่วไป ไม่น่ากังวลมาก น้ำหนักตัวของคุณแม่ตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก ควรเพิ่มขึ้น 1-2 กิโลกรัม ในช่วงที่แพ้ท้องมากจนรับประทานอาหารไม่ค่อยได้ คุณแม่ตั้งครรภ์อาจมีน้ำหนักลดลงเล็กน้อยค่ะ

ระดับปานกลาง : มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้ พักผ่อนอย่างไรก็ไม่ดีขึ้น และมีปัสสาวะสีเข้ม ต้องรีบพบแพทย์นะคะ กรณีที่อาเจียนมากจนรับประทานอาหารไม่ได้ คุณหมออาจให้น้ำเกลือ หรือฉีดกลูโคส เพื่อบรรเทาอาการอ่อนเพลียก่อน แล้วอาจให้รับประทานยาประเภท Dimenhydrinate ซึ่งเป็นยาระงับอาการคลื่นไส้ ซึ่งต้องรับประทานก่อนที่จะเกิดอาการแพ้ รวมทั้งแนะนำให้ปรับวิธีรับประทานอาหาร เมื่อพบแพทย์และปฏิบัติตามคำแนะนำแล้วอาการแพ้ท้องก็จะบรรเทาลงได้

ระดับรุนแรง Hyperemesis Gravidarum (HG) : พบประมาณ 0.3 ถึง 2% ในหญิงตั้งครรภ์ อาการจะรุนแรงถึงขั้นที่คุณแม่รับประทานอะไรไม่ได้เลย อาเจียนมากจนร่างกายขาดทั้งน้ำและอาหาร บางคนอาเจียนจนหลอดเลือดที่อยู่บริเวณหลอดอาหารมีการฉีกขาดจนมีเลือดปนมากับอาเจียน บางคนอาเจียนจนมีเลือดออกใต้เยื่อบุตา ผู้ที่แพ้ท้องขั้นรุนแรงจะเริ่มแพ้เร็วกว่าการแพ้ท้องธรรมดาและมักจะแพ้นาน บางรายอาจแพ้ท้องอย่างหนักไปจนถึงคลอด ถ้าแพ้ท้องถึงระดับนี้ก็จำเป็นต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล เพื่ออยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยแพทย์จะให้น้ำเกลือ ซึ่งบางครั้งอาจมีการให้อาหารผ่านทางน้ำเกลือ เช่น วิตามินบี 6 และให้ยาช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องด้วยค่ะ

อาการแพ้ท้อง

อาการแพ้ท้องที่อาการอย่างไร

อาการที่สามารถพบได้โดยทั่วไปในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์

1. อาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศรีษะเมื่อตื่นนอนในตอนเช้า บางรายอาจเกิดอาการหน้ามืด เพราะอาเจียนเยอะทำให้ร่างกายขาดอาหาร
2. เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ง่วงนอนตลอดเวลา เพราะฮอร์โมนเปลี่ยนไปจึงทำให้เกิดการเตรียมพร้อมของร่างกาย
3. อาการขมเฝื่อนในปาก เนื่องจากร่างกายเปลี่ยนไปทำให้ทานอาหารไม่อร่อย
4. รู้สึกเหม็นกับบางสิ่งบางอย่าง ทั้งที่ก่อนท้องไม่ได้รู้สึกเหม็นกับสิ่งนั้นๆ

อาการแพ้ท้องเกิดจากสาเหตุใด

1. เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน Human Chorionic Gonadotropin (HCG) ที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงประสาทการรับกลิ่นที่สูงขึ้น ประสาทการรับรสที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย ทำให้เกิดอาการแพ้ท้อง
2. เกิดจากความวิตกกังวล รวมถึงความเครียดของคุณแม่เอง ความวิตกกังวลและความเครียดมีผลต่อการเกิดอาการแพ้ท้อง บางรายที่เกิดความวิตกกังวลสูงส่งผลต่อการเกิดอาการแพ้ท้องมากขึ้น

อาการแพ้ท้อง

วิธีช่วยลดอาการแพ้ท้อง

1. ทานอาหารในปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่ามีอะไรตกถึงท้อง เลือกทานผลไม้ผักสด และอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น ขนมปัง หรือขนมปังกรอบ
2. เวลาทานข้าวให้ดื่มน้ำหลังอาหาร ไม่ทานแบบข้าวคำหนึ่ง น้ำคำหนึ่ง จะทำให้คุณพะอืดพะอมเพราะอิ่มน้ำมากเกินไป
3. พยายามทานอะไรเบาๆก่อนนอน อาจจะเป็นนมสักแก้ว โยเกิร์ต ขนมปังหรือแซนด์วิชจะช่วยป้องกันอาการแพ้ท้องตอนเช้าวันรุ่งขึ้น หรืออาจจะเป็นขนมปังกรอบหลังตื่นนอน หรือก่อนลุกจากเตียงก็ได้ค่ะ
4. ลืมตาตื่นแล้ว นอนพักสักครู่ อย่าเพิ่งรีบลุกพรวดพราด เพราะจะทำให้คลื่นไส้ได้ง่าย
5. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีเครื่องเทศ เช่น แกงกะหรี่ อาหารทอด หรืออาหารที่มีความเป็นกรดสูงเพราะอาหารประเภทนี้ย่อยยาก
6. ไม่ควรแปรงฟันหลังอาหารทันที เพราะแปรงสีฟันที่คุณแหย่เข้าไปในปากอาจทำให้คุณอยากอาเจียนได้ หรือถ้าทนรสชาติยาสีฟันที่ใช้อยู่ไม่ไหว ลองหันไปใช้ยาบ้วนปากดูบ้างก็ได้ค่ะ
7. จิบน้ำแร่หรือน้ำอัดลมเวลาคลื่นไส้ ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้เช่นกัน
8. รับอากาศบริสุทธิ์อย่างสม่ำเสมอ เวลาทำกับข้าว คุณอาจจะลองเปิดหน้าต่างออกกว้างๆหรือใช้พัดลมดูดอากาศ
9. ถ้ากลิ่นของอาหารร้อน ๆ ทำให้คุณคลื่นเหียนเวียนหัว ลองเปลี่ยนมาทานอาหารเย็น ๆ ดูบ้างเผื่อจะดีขึ้น
10. ทานหรือดื่มอะไรที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว หรือจะฝานมะนาวแผ่นบางๆ ลงไปในน้ำชาก็เข้าทีดีเหมือนกัน
11. ขิงในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นขนมปังขิง น้ำขิง ชาขิง หรือแม้แต่ขิงในรูปแคปซูลช่วยอาการแพ้ท้องได้ค่ะ
12. ห้ามเครียด หาเวลาผ่อนคลาย ว่าง ๆ คุณอาจจะนอนแช่น้ำอุ่นในอ่าง หรือนอนนิ่ง ๆ ฟังเพลงสบาย ๆ ลองเปิดใจพูดคุยกับสามีถึงเรื่องที่คุณกังวล
13. ทานวิตามินบี 6 ขนาด 50 กรัม วันละ 2 เม็ด แต่ควรปรึกษาคุณหมอดูก่อนนะคะว่าจำเป็นสำหรับคุณแค่ไหน
14. เลือกทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี ซึ่งพบมากในอาหารประเภทผลิตภัณฑ์นม เนื้อสัตว์ ตับ ไข่ ปลา สัตว์น้ำประเภทมีเปลือก ถั่ว พืชประเภทถั่ว ข้าวโพด หรือในรูปของอาหารเสริมก็ได้มีงานวิจัยชี้ว่าผู้หญิงที่ทานอาหารที่มีแร่ ธาตุสังกะสีมีแนวโน้มที่จะแพ้ท้องน้อยกว่าค่ะ
15. ข้อสุดท้ายนี้ต้องอาศัยการร่วมมือร่วมแรงจากคนใกล้ตัว คือ ความรักและการดูแลเอาใจใส่จากคุณสามีนั่นล่ะค่ะเป็นวิธีปราบแพ้ท้องได้ชะงัดนัก

Tags: , ,